เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๒ ก.ค. ๒๕๖๖

เทศน์เช้า วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม วันนี้วันพระ วันพระ วันโกนเป็นวันของชาวพุทธ ชาวพุทธมีวันพระ วันโกนไว้ทำบุญทำกุศลเพื่อหัวใจของเรา

เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามีอำนาจวาสนามาก

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ฝากไว้ๆ แล้วฝากไว้กับชาวพุทธๆ ชาวพุทธมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน

อย่างถ้าเป็นเรา เราเป็นชาวพุทธ เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา แต่เราชาวพุทธที่ทะเบียนบ้านไง เราชาวพุทธที่ทะเบียนบ้านเฉยๆ เราไม่เชื่อสิ่งใดเลย เราเชื่อแต่ผลประโยชน์ของตน เราเชื่อแต่กิเลสที่มันจะกล่อมหัวเรา เราเชื่อกิเลสที่มันผลักไสให้เราทำสิ่งใด เราก็ทำพอใจของเรา เราสมความปรารถนาของเรา ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ

เราเป็นชาวพุทธที่ทะเบียนบ้านไง เพราะมันไม่มีศีล ไม่มีธรรม แล้วถ้าชาวพุทธล้มลุกคลุกคลานมา ชาวพุทธจะเป็นเปรตก็ได้ จะเป็นผีก็ได้ จะเป็นอันธพาลก็ได้ จะเป็นนักเลงสุรา นักเลงการพนัน เป็นได้ทั้งนั้นเลย นั่นคือชาวพุทธ

แต่ถ้าเรามีอำนาจวาสนาของเรา เราไปวัดไปวา ศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นทางออกของชีวิต ชีวิตเรานี่ เป็นทางออกของชีวิต

ก็ชีวิตมันอั้นตู้ไง ทำสิ่งใดขึ้นมา เพราะธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดานะ อนาคตังสญาณ รู้ทะลุปรุโปร่งไปทั้งสิ้น บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อดีตอนาคตทะลุปรุโปร่ง แต่ท่านไม่พูด ท่านพูดไปแล้วทุกคนบอกว่าจะแก้อย่างไร จะทำอย่างไร

ไอ้นั่นเป็นการเข้าทรงเข้าผี เขาแก้ไขกันอย่างนั้น

แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เพราะคนทำสิ่งนั้นมา มีเวรมีกรรมของมันมา เวลาเวรกรรมมันให้ผลขึ้นมาก็เป็นความทุกข์ความยากของตน เวลาทำคุณงามความดีมาเป็นบุญกุศลของตน ก็สิ่งที่คุณงามความดีมันให้ผลของตน สิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่เราทำมาๆ ทั้งสิ้น

แต่ในปัจจุบันนี้เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาไง วันนี้วันพระๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ถ้าบริษัท ๔ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา อุบาสก อุบาสิกาที่มีศีลมีธรรมในหัวใจของตน วันพระ วันโกนก็จะหาบุญหากุศล หาบุญกุศล

คนเฒ่า คนแก่สมัยโบราณ เวลาแก่เฒ่าขึ้นมาแล้วจะไปวัดไปวาขึ้นมา ไปจำศีล ฟังธรรม จำศีล ฟังธรรม เพราะไม้ใกล้ฝั่งแล้วจะต้องมีสมบัติติดตัวของตนไปไง คนจะออกจากบ้านจากเรือนขึ้นมา จะมีสมบัติสิ่งใดติดตัวของเราไปบ้างไง

บุญกุศลเท่านั้นจะติดหัวใจของคนไป ทรัพย์สมบัติทิ้งไว้เป็นมรดกตกทอดให้กับทายาทของตน แต่สิ่งที่จะได้ไปกับตนเองคือบุญและบาปของตัวเองทั้งสิ้น แล้วถ้าทายาทของตนระลึกถึง ทำบุญกุศลมอบให้ๆ เคาะโลงป๊อกๆๆ มากินข้าว

แล้วได้กินไหม

แต่ของเรา กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา เราทำของเราปัจจุบันนี้

หลวงตาพระมหาบัวท่านประกาศไว้เลย

“เราตายไปแล้ว ไม่ต้องทำบุญกุศลให้เรานะ ไม่ต้องมาคิดถึงเรานะ ไม่ต้องมาห่วงเรา เราทำไว้เสร็จสิ้นแล้ว เราทำไว้สมบูรณ์แบบแล้ว ไม่ต้องมาทำให้เรา ไม่ต้องมาทำให้เรา”

นี่ไง แต่ของเรา เราห่วงหาอาทร เวลาคนตายไปแล้วไม่เห็นมาเข้าฝันเลย

ไม่เข้าฝันน่ะดีมาก เพราะเขาเสวยภพเสวยชาติของเขาโดยสัจจะโดยความจริงของเขา ไอ้เข้าฝันๆ ส่วนใหญ่แล้วมันเข้าฝันเพราะอะไร แล้วเข้าฝันๆ สายบุญสายกรรมของคนไม่เหมือนกัน จริตนิสัยของคนแตกต่างกันไป ถ้าจริตนิสัยของคนแตกต่างกันไป มีอำนาสวาสนามากน้อยขนาดไหน แต่ถ้ามีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน เขาต้องมาขอความพึ่งพาอาศัยเรา เราอุทิศส่วนกุศลอย่างนี้ไป อุทิศส่วนกุศลอย่างนี้ไป

ถ้าเป็นวันพระ วันโกนขึ้นมา ทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศล บุญกุศลทำให้สุขใจ ทางออกของชีวิตไง ชีวิตที่มันอั้นตู้ ชีวิตที่มีความทุกข์ ชีวิตที่บีบคั้น

สละ ให้ทาน การเสียสละให้ทาน เราเป็นผู้วิเศษ เรายังมีความสามารถที่จะเป็นที่พึ่งพาอาศัยของสังคมได้ แล้วทำไมหัวใจเราไม่มั่นคงล่ะ ทำไมเราพึ่งพาอาศัยเราไม่ได้ มันได้คิดไง ถ้ามันได้คิด ได้คิดโดยมีความสามัญสำนึก ไปวัดไปวามันกระทบขึ้นมา เห็นไหม

ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เวลาอุบาสก อุบาสิกาอยากประพฤติปฎิบัติ อยากบวชๆ บวชพระ บวชพระก็พิธีกรรม พิธีกรรมเท่านั้นน่ะ บวชพระแล้ว สมมุติสงฆ์ๆ บริษัท ๔ ไง ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไง

เวลาบวชมาแล้วเป็นนักรบ นักรบรบอะไร รบกับประชาชนใช่ไหม รบกับข้าวของเงินทองหรือ ทำไมไม่รบกับกิเลสของตนไง

ถ้าเป็นความจริงๆ มันเป็นแค่พิธีกรรมๆ บวชพระก็เป็นพิธีกรรม นั่งสมาธิก็เป็นพิธีกรรม เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนาเป็นพิธีกรรม พิธีกรรมประพฤติปฎิบัติเท่านั้น ถ้าเอาจริงเอาจังขึ้นมา เรามีสติปัญญา เรามีครูมีอาจารย์ของเรา

หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านประพฤติปฎิบัติของท่านเป็นความเป็นจริงในหัวใจของท่าน ท่านมหัศจรรย์ในใจของท่านไง แล้วเวลาออกประพฤติปฎิบัติขึ้นมา จะทุกข์จะยากขนาดไหน ธุดงควัตรๆ ธุดงควัตรเป็นเครื่องขัดเกลากิเลสไง

กิเลสในหัวใจของคนมันยิ่งใหญ่นัก กิเลสมันปั่นหัวในหัวใจไง เราบวชเป็นพระแล้ว เราเป็นอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ ต้องมีคนมานบนอบบูชาเรา ทำสิ่งใดแล้วต้องมีคนมาค้ำชูเรา

เอ็งต้องพึ่งอาศัยเขาหรือ แล้วใจของเอ็งยืนในใจของเอ็งไม่ได้ใช่ไหม ศีล สมาธิ ปัญญา สติ สมาธิ ปัญญา มันอยู่ที่ไหน เวลาศึกษามา บวชมาแล้วแค่พิธีกรรม สมมุติสงฆ์ขึ้นมา บวชมาเป็นพระ บวชเป็นพระนี่บริษัท ๔ ไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้ ฝากศาสนาไว้กับอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี สิ่งนี้ให้ฝึกหัดประพฤติปฎิบัติขึ้นมา ถ้าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต

เห็นพระพุทธเจ้าหรือยัง

เพราะไม่เห็นพระพุทธเจ้า มันถึงได้พร่ำเพ้อ ละเมอเพ้อพกกันไปอยู่นั่นไง

ถ้ามันเห็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าอยู่ที่กลางหัวอก พระพุทธเจ้า พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จิตวิญญาณของเรานั่นคือพุทธะ

แต่ในปัจจุบันนั้นจิตวิญญาณของเรามันไม่เป็นอิสระ มันโดนกิเลสครอบงำไง

ครอบครัวของมารนะ มันมีปู่ มันมีลูก ๓ คน ความโลภ ความโกรธ ความหลง มันมีหลานของมัน มีเหลนของมันนะ แล้วมันก็ขี้รดหัวใจ ขี้รดหัวใจ ขี้รดหัวใจทุกวันเลย ทุกข์มาก ทุกข์มาก ทุกข์ ทุกข์ ทุกข์

ก็มารมันให้ผลไง แล้วเอ็งเป็นอิสระได้ไหม นี่ไง เพราะไม่เห็นพุทธะไง ประพฤติปฎิบัติไม่เป็นความจริงไง มันเป็นแค่พิธีกรรมๆ ไง

แล้วเวลาประพฤติปฎิบัติขึ้นมา เห็นไหม เวลาญาติพี่น้องของเราเสียชีวิตไปแล้วก็อยากให้ฝันถึง เวลาประพฤติปฎิบัติไปแล้ว ถ้ามันสัญญาอารมณ์ เวลาอารมณ์มันจะเกิดขึ้น ไปรู้ไปเห็นสิ่งต่างๆ เข้าทรงทรงเจ้าทั้งนั้นน่ะ การเข้าทรงทรงเจ้า เหมือนคนประทับทรงสั่นผับๆๆ เลย เจ้าพ่อจะคุ้มครองดูแลลูกช้าง

อทาสิเม อกาสิเมฯ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการไว้ เธออย่าคร่ำครวญ อย่าร้องไห้ อย่าพิไรรำพันเกินไป เธอไม่ต้องกราบภูเขา กราบดวงอาทิตย์ กราบไฟ

แต่ก่อนคนไม่มีที่พึ่งอาศัย เขาก็หาที่พึ่งของเขา ทุกคนหวาดระแวง ทุกคนวิตกวิจารณ์ในชีวิตของตนทั้งสิ้น แล้วก็หาที่พึ่งที่อาศัยของตนไม่เจอไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลาได้หักเรือนยอดของกิเลสตัณหาความทะยานอยากในใจของท่านแล้วไง เธออย่าร้องไห้ อย่าพิไรรำพันถึงใครทั้งสิ้นไง ให้ทำคุณงามความดีของเรา ทำคุณงามความดีของเรา

วันพระ วันโกน ไปวัดไปวากัน ทำบุญกุศลของเรา ทำบุญกุศล สิ่งที่ได้มานี่น้ำพักน้ำแรงทั้งนั้นนะ มันได้มาจากไหน เราทำหน้าที่การงานของเรามา เราขวนขวายมา ได้เงินแล้วเรายังไปแลกเปลี่ยนเป็นไทยทาน เป็นไทยทานแล้ว เป็นปัจจัยเครื่องอาศัยของสมณะ แล้วเราไปทำบุญทำกุศลของเรา น้ำพักน้ำแรงเป็นสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรมทั้งสิ้น เราเสียสละไปแล้วเป็นบุญกุศลของเรา ถ้าเป็นบุญกุศลของเรา อุทิศส่วนกุศลนี่

อุทิศส่วนกุศลคือบุญที่ได้เห็น บุญที่ได้ทำแล้ว ญาติโกโหติกาที่เสียชีวิตไปนะ ขอให้มีความสุขๆ อย่างนี้ ความสุขอย่างนี้เพราะอะไร เพราะมันเป็นผู้ให้ มันผู้ปลอดโปร่ง มันไม่ใช่เป็นกิเลส ไม่ใช่เป็นผู้จำนนกับกิเลสไง

กิเลสมันบีบมันคั้น มันบีบบี้สีไฟ ทุกข์เกือบตาย ไม่ต้องอุทิศนะ ไม่ต้องอุทิศให้ใคร อุทิศให้ใคร ใครก็ไม่เอา

เอาบุญกุศล เอาความสุขอันนั้นน่ะ แล้วความสุขอันนั้น เห็นไหม จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ถ้ามันเป็นบุญเป็นกุศลของมันขึ้นมา มันจะมีสติปัญญาขึ้นมา แล้วเวลาเราอยากจะประพฤติปฎิบัติขึ้นมา แล้วจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้สมกับเป็นชาวพุทธ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนถึงการทำความสงบ ๔๐ วิธีการ กรรมฐาน ๔๐ ห้อง การทำความสงบแตกต่างหลากหลายมากมาย เพราะอะไร

เพราะคนมันมีความชอบและมันมีกิเลสที่บีบคั้นในดวงใจแตกต่างกันไป บางคนทุกข์เจียนตายๆ พอมันสำนึกได้นะ มานั่งสมาธิมันลง พับ! โอ้โฮ! บางคนภาวนาเกือบเป็นเกือบตายไม่ลงสักที ไม่ลงสักที

เพราะอะไร

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา

เราเห็นพระเดินมาองค์หนึ่ง เราเห็นพระด้วยกันทุกๆ คน เราคิดว่าพระองค์นั้นเป็นพระอะไร เห็นไหม คิดไปร้อยแปดเลย

พระองค์นี้สงสัยบวชปลอม ปลอมบวชมาเพื่อหาผลประโยชน์

โอ๋ย! พระองค์นี้เป็นทายาทของเรา เป็นเครือญาติของเรา พระองค์นี้

นี่ไง จริตนิสัยไง กรรมฐาน ๔๐ ห้องไง การทำความสงบ ๔๐ วิธีการไง เห็นพระองค์นั้นไง แล้วก็วิตกวิจารณ์แตกต่างกันไปไง จะทำความสงบของใจขึ้นมา กิเลสมันก็ดิ้น มันก็พลิกมันก็แพลงอยู่ในใจของตนนั่นไง แล้วทำอย่างไรให้มันสงบระงับเข้ามาได้ล่ะ

ถ้ามันสงบระงับเข้ามา ไม่ใช่ธรรมทรงเจ้าเข้าผี

ทรงเจ้าเข้าผีมันแค่ไปปะทะกับอารมณ์ของตน อารมณ์ความรู้สึก ความทุกข์ความยาก นั่นคืออารมณ์ทั้งสิ้น แล้วศึกษาธรรมมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามามากมาย เข้าใจหมดเลย ฉันรู้หมด พระพุทธเจ้าสอนอะไรรู้ทั้งสิ้นเลย แล้วมันก็คิดให้เหมือนไง คัดลอก เป็นอย่างนั้นน่ะ ว่างๆ ว่างๆ

ว่างๆ ว่างๆ ใครเป็นคนบอกว่าว่าง ความว่างมันพูดได้หรือ ความว่างมันมีชีวิตไหม ความว่างมีภาษาหรือเปล่า

ไม่เห็นมี จิตมันไปบอกว่าว่าง มันเลยเป็นสองไง

พุทโธๆ ให้มันเป็นตามความเป็นจริง เราไม่ใช่ทรงเจ้าเข้าผี เราไม่ต้องการสัญญาอารมณ์อะไรทั้งสิ้น เราต้องเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่ามกลางหัวใจของเรา

เวลาพุทโธๆๆ จนมันพุทโธไม่ได้

คนภาวนาเป็นนะ พุทโธๆๆ นี่สัญญาอารมณ์ เพราะความรู้สึกนึกคิดโดยธรรมชาติของจิต ผู้รู้มันคิดของมันโดยธรรมชาติของมัน แล้วมันคิดไปร้อยแปดพันเก้า แล้วครอบครัวของมารมันขับไส คิดตามแต่มันจะสั่ง ก็บังคับบริกรรมพุทโธ วิธีการปฎิบัติ

หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ พุทโธๆๆ นี่มันคิดของมัน มันทำของมัน บังคับไม่ให้คิดเรื่องอื่น บังคับให้อยู่กับพุทธานุสติ พุทโธๆๆ จนพุทโธไม่ได้ พุทโธๆๆ ก็ตื่นอีก พุทโธไม่ได้ มันสละมาเป็นตัวของมันเอง มันจะสละสัญญาอารมณ์มาเป็นตัวของมันเอง

คำบริกรรมๆ ถ้าคำบริกรรมกับผู้รู้มันกลมกลืนกัน กิเลสมันเบาบางลง กิเลสมันบอกว่า ต่อสู้ขนาดไหนมันก็สู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลามันสู้ ถ้าจิตใจเราอ่อนแอ เวลามันพลิกมันแพลงขึ้นมา ไหลตามมันไปเลย มันพลิกมันแพลงหน่อยเดียว จะเป็นจะตายเลย แต่ถ้าเราบังคับมันพุทโธๆๆ จนกลมกลืน เออ! มันก็ว่างๆ ดีเนาะ เออ! มันก็สุขสบายดีเนาะ เห็นไหม สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี

คนเรา สิ่งที่แสวงหามาก็เพื่อความสุขทั้งสิ้น แล้วแสวงหามาเจียนเป็นเจียนตายเพื่อจะเอาความสุขแค่ปลายนิ้วก้อย

การครองเรือน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนไว้นะ เหมือนวิดทะเลทั้งทะเล เอาปลาตัวเดียว หัวใจเราก็ครองไม่ไหว หัวใจคู่ครองเราก็อีกใจหนึ่ง มีลูกขึ้นมาก็อีกหัวใจหนึ่ง แล้วหัวใจก็ทะเลาะเบาแว้งกันในบ้าน ทุกข์เจียนเป็นเจียนตาย ความสุขนิดหนึ่ง นิดหนึ่ง

แต่เวลาจิตมันสงบขึ้นมา โอ้โฮ! มันไม่ต้องไปหาที่ไหน มันหาที่ในใจของเรา

จากวันนี้วันพระ พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รัตนตรัยของเรา เราเป็นชาวพุทธที่เนื้อหาสาระ เราจะประพฤติปฎิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เวลาเราจะประพฤติปฎิบัติบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่หัวใจของเราเป็นพุทธะเสียเอง มันสว่างมันไสว มันผ่องมันใสขนาดไหน ให้มันเป็นตามสัจจะความจริงของตน เพราะมันเป็นจริตเป็นนิสัย มันวัดกันไม่ได้ มันจะเทียบเคียงเป็นมาตรฐานอันเดียวกันไม่ได้ มันอยู่ที่บุญกุศลของคนทำมามากและทำมาน้อยแตกต่างกัน มันเทียบกันไม่ได้

เอตทัคคะ ๘๐ วิธีการ พระอรหันต์ลูกศิษย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความถนัดแตกต่างกัน ๘๐ องค์ ๘๐ วิธีการ แต่เอตทัคคะคือสำคัญที่สุดในแขนงนั้น นั่นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งให้เป็นเอตทัคคะในพระพุทธศาสนาไง

ไอ้ของเรา ขอให้มันสงบเข้ามาเถอะ

วันนี้วันพระ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต

ถ้าจิตใจเราสงบระงับเข้ามานะ มหัศจรรย์มาก สิ่งที่เราขวนขวายมาทั้งสิ้นก็เพื่อหัวใจดวงนี้

แต่ถ้าหัวใจดวงนี้มันยังโง่เขลาเบาปัญญาอยู่ มันก็จะไปกว้านเอาธรรมมะเก่าแก่ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศไง มันเป็นโลกธรรม ๘ โลกามิส เรื่องของโลก เอ็งทำไมโง่อย่างนั้น เอ็งทำไมเห็นแต่หัวโขนมันมีค่า เอ็งทำไมไม่เชื่อมั่นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กราบธรรมๆ

สัจธรรมในใจขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วสัจธรรมอันนี้ก็มีอยู่ในหัวใจของเรา แต่ตอนนี้มันมืดบอดเพราะโดนกิเลสมันครอบงำอยู่

เราก็ฝึกหัดของเราๆ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชี้ทางเท่านั้น เราต่างหากเป็นผู้ที่ฝึกหัดประพฤติปฎิบัติขึ้นมาให้เป็นตามความเป็นจริง

แล้วใจมันคุมได้ง่ายไหม ใจมันรักษาได้ง่ายไหม

ใจของคนรักษาได้ยากมาก ยากมากเพราะมันมีกิเลสไง ยากมากเพราะมันมีพญามารไง แต่ถ้าเราไม่ทำ ใครจะทำ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าชี้ทางเท่านั้น ชี้ทางเท่านั้น

เราเป็นชาวพุทธไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากศาสนาไว้กับบริษัท ๔ ไง ภิกษุ ภิษุณี อุบาสถ อุบาสิกาไง แล้วเราก็ฝึกหัดประพฤติปฎิบัติเป็นวีธีการ ให้มันเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของเรา

ถ้าเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของเรา เราจะกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยหัวใจอันนี้เลย มันเข้ากัน มันถึงกัน มันถึงกันด้วย อ๋อ! องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาจิตนี้เองเป็นที่ประพฤติปฎิบัติ

พระกรรมฐาน จิตตภาวนาๆ เขาภาวนาด้วยจิตของเขา เขาไม่ได้ภาวนาด้วยอารมณ์ของเขา สร้างภาพจินตนาการเป็นสัญญาอารมณ์ ปฎิบัติก็เข้าทรงทรงเจ้าอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่เป็นอริยสัจ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ วิธีการดับทุกข์ ดับทุกข์ในใจของตนในพระพุทธศาสนา เอวัง